ทะดะโอะ อันโด ( 安藤忠雄, Andō Tadao, 安藤忠雄 ) ( เกิด 13กันยายม 2484 เกิดที่เมือง โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่ เป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศมาแต่ครั้งโบราณ จากการที่เขาเติบโตขึ้นมาในย่านชุมชนที่เต็มไปด้วยโรงงานเล็กๆ ทำให้เขาได้รับการอบรมในแง่ของ ระเบียบวินัย การทำงานหนัก และ ความรับผิดชอบ และเนื่องจากได้รับอิสระเป็นอย่างมากในสมัยเป็นเด็กๆ เขากลายเป็นเด็กที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก คุณปู่และคุณย่า(อาจจะเป็นตาหรือยายก็ได้ เพราะมาจากคำว่า Grandparents) ซึ่งเป็นผู้ที่เลี้ยงดูเขามานั้น เป็นผู้ที่ต้องทำงานหนักทั้งคู่ และก็ไม่ได้หวังมากมายว่าจะให้เด็กชายทาดาโอะ คนนี้ต้องเรียนหนังสือให้เก่งฉกาจเลิศเลอ ซึ่งในที่สุดในช่วงปลายวัยรุ่นของเขา เขาได้ให้ความสนใจกับการชกมวยเป็นอย่างมาก และถึงขนาดไปขึ้นชกจนได้ใบประกาศรับรองความเป็นนักชกอาชีพเรียบร้อยก่อนที่จะเรียนจบมัธยมปลาย แต่หลังจากที่เรียนจบ แทนที่เขาจะมุ่งหน้าชกมวยอย่างจริงจัง เขากลับเลือกที่จะทำงานเป็นพนักงานเขียนแบบในสำนักงานสถาปนิกแห่งหนึ่ง ซึ่งแตกต่างกับพนักงานเขียนแบบที่ทำงานในญี่ปุ่นหรือในที่อื่นๆ สมัยนั้น ด้วยความที่ทาดาโอะ อันโดะ ไม่เคยไปร่ำเรียนวิชาสถาปัตยกรรมหรือการเขียนแบบใดๆ มาจากในมหาวิทยาลัยทาดาโอะ อันโดะคนนี้ไม่มีปริญญาแต่เขาใช้เวลามากมายในช่วงทศวรรษ1960s ซึ่งอยู่ในวัย 20 กว่าๆของเขาทำการศึกษาการเขียนแบบด้วยตัวเองรวมทั้งทำการท่องเที่ยวไปทั่วประเทศและทั่วโลกถ้า Tadao Ando ผู้ซึ่งมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความมั่นใจในตัวเองสูงมากนั้น จะ มีภาพพจน์ที่ไม่เหมือนกับลักษณะของชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จากสายตาของชาวโลก ก็เนื่องมาจากว่า เขาไม่ได้เป็นชาวญี่ปุ่นกระแสหลัก แต่เขาคือ Osakaite หรือ ชาวเมือง Osaka ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางของเขต Kansai (ฟังดูเล็กๆ แต่จริงแล้วเหมือนมณฑล หรือ รัฐ) ชาว Kansai นั้นจะมีลักษณะและวัฒนธรรมในการดำรงชีพ แตกต่างจากชาวญี่ปุ่นอื่นๆ ลักษณะเด่นคือการที่แสดงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา และมีความกระตือรือร้นมากกว่า เทียบกับ ความสุขุมและค่อนข้างเก็บตัวของชาวโตเกียว และถึงแม้ว่าคนกลุ่มนี้จะเป็นคนที่มีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต และมีความตั้งใจในการทำงานไม่แพ้ชาวญี่ปุ่นอื่นๆ พวกเขาก็มักจะถูกนับว่าเป็นพลเมืองชั้นรอง นอกจากนี้ แม้ว่าจะมี นโยบายรวมชาติผ่านทางการสร้างวัฒนธรรมของประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว ที่ได้ปฎิบัติกันมาทั่วประเทศนับตั้งแต่ต้นศตวรรษ ชาว Kansai ก็ยังคงปฎิเสธที่จะยกเลิกภาษาท้องถิ่นของเขาในการสนทนาประจำวัน
อาจจะเป็นการที่จะพูดเกินจริงว่า มหานครโตเกียว นั้นก็คือประเทศญี่ปุ่น แต่จากตัวเลขจะเห็นได้ว่า 70% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ มากจากโตเกียว และนั่นก็รวมถึงธุรกิจก่อสร้างด้วย ในขณะที่คนอเมริกัน หรือคนยุโรปไม่ได้สนใจที่จะต้องเดินทางไปอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เพื่อที่จะทำธุรกิจหรือหางานทำเพื่อความเจริญก้าวหน้า ประเทศใน เอเชียอย่าง ญี่ปุ่น ผู้คนยังคงให้ความสำคัญ และเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ว่าคุณประสบความสำเร็จในโตเกียวหรือไม่ แต่สำหรับ Tadao Ando แล้ว เขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้แต่อย่างใด เขาได้ก่อตั้ง Office ไว้ที่เมือง Osaka ที่เขาคุ้นเคย มาตั้งแต่เริ่มต้น และไม่เคยย้ายไปไหน แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นบริษัทระดับโลกไปแล้วก็ตาม ในช่วงทศวรรษ 1980s วงการการออกแบบสถาปัตยกรรมในญี่ปุ่นเริ่มมาถึงจุดหักเห เมื่อ ความ Pure และ Functionalism ต่างๆ เริ่มเจือจาง และมีสถาปนิกหลายๆ คนได้หันกลับมาหาความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้น โดยต้องการที่จะหา identity อันใหม่ ของสถาปัตยกรรมที่แสดงความเป็นญี่ปุ่น โดยแนวทางของการพัฒนาเพื่อค้นหานี้ จะแยกออกเป็น 2 กลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มที่ยังคงยึดความเป็น Modern อยู่เป็นฐาน และอีกกลุ่มคือ กลุ่มที่ต้องการจะหา Style อื่นๆ โดยไม่ยึดติดกับอะไร สถาปนิกหลายๆ คนหันไปหาแนวทางใหม่เป็นส่วนใหญ่ แต่ Tadao Ando ก็ไม่ใสใจกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงนั้น ยังคงทำงานแบบ Modern ของตัวเองต่อไป มีหลายๆครั้ง ที่ สถาปนิกและนักวางผังเมืองชาวยุโรปและอเมริกันได้กล่าวยกย่อง ความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในไม่เปลี่ยนแปลง ในการทำงานStyle Modern ของ Tadao Ando ต่อหน้าข้าพเจ้า (Mr.Matsuba ผู้เขียน) โดยที่ไม่ทราบว่าข้าพเจ้าเป็นเพื่อนสนิทของเขา เนื่องจากในคนกลุ่มนี้ ทั้งที่มีชื่อเสียงมากและไม่ค่อยมีชื่อเสียง ได้ทำการผันตัวเองไปตามกระแสของโลกที่ต้องการสีสันใหม่ๆ โดยการออกจาก Modern เข้าไปหา Post Modern และกระแสอื่นๆ ที่ตามมา แต่ทุกๆคนก็ยังยกย่องAndo ที่เหมือนเป็นตัวแทนที่กำลังทำในสิ่งที่พวกเขาอยากจะทำ แต่ไม่สามารถทำไดแล้วจากบ้าหลังเล็กๆ ที่มีขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร (Row House Sumiyoshi) ที่เป็นงานสร้างชื่อของเขา Ando ได้ทำการออกแบบอย่างดุดัน และค่อยข้างจะเป็นเรื่องที่มีความเสียงสูงในด้าน Trend ที่จะยังคงใช้ ความเป็น Abstract ของรูปทรง และ ความงามในด้านสัดส่วน (ทำมาโดยตลอด ไม่เคยเปลี่ยน) เขาพยายามเปิดตัวเองอยู่เสมอและหาโอกาสอธิบายงานของเขาต่อทุกๆ คนที่ผ่านเข้ามาในเส้นทางการดำเนินชีวิตและการทำงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่สิ่งที่เขาเชื่อและปฎิบัติอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม จุดที่เป็นความแข็งแกร่งที่สุดในการทำงานของเขานั้น คือ ความสามารถในการ ใช้รูปทรงที่สร้างความงามเหนือกาลเวลาให้กับสัดส่วนของอาคาร (His Mastery of Geometry that sustains a supeb sense of proportion) ซี่งในปัจจุบัน Ando อาจจะเป็นคนเดียวที่ทำได้ ไกลขนาดที่เห็น
อาคารที่ออกแบบโดยอันโดะ


.jpg)


ชอบค้า
ตอบลบ